fbpx

CONTACT US

#KOREANWAVE — Park Chan Wook ชายหนุ่มผู้ใช้ ‘ความรุนแรง’ ยกระดับภาพยนตร์เกาหลีสู่เวทีภาพยนตร์โลก
date : 20.เมษายน.2018 tag :

ไม่ใช่เพลงหรือซีรี่ส์ แต่สื่อบันเทิงจากเกาหลีที่เราซึมซับครั้งแรกมันถูกสื่อสารผ่านทางภาพยนตร์ ก่อนทุกคนจะคุ้นเคยกับกระแสเกาหลีฟีเวอร์ ภาพยนตร์จากเกาหลีก็ถูกจัดให้อยู่ในแนวหน้าของภาพยนตร์เอเชียควบคู่กับภาพยนตร์จากฮ่องกงและญี่ปุ่นแล้ว 

ในยุค 90s วงการภาพยนตร์เกาหลีนิยามว่ามันเป็นช่วงของ Korean New Wave หลายๆ เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคม ผลักดันให้ผู้กำกับและคนรุ่นใหม่หลายคนใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการแสดงออกของพวกเขา และนั่นส่งผลให้ยุคนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้วงการภาพยนตร์ภายในประเทศ ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เปิดตัวในยุคนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลสำคัญของวงการภาพยนตร์ หนึ่งในนั้นคือ Park Chan Wook ผู้กำกับคนดังที่ส่ง Old Boy มาสั่นสะเทือนเทศกาลหนังระดับโลก

 

Park Chan Wook ถูกนิยามว่าเป็น Quentin Tarantino แห่งเกาหลี รวมถึงเป็นเจ้าพ่อเเห่งหนังเกรด B ด้วยสไตล์การกำกับที่โดดเด่น ความโหดเหนือจริงอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ภาพยนตร์หลายเรื่องของเขาถูกยกให้เป็นหนังแห่งยุค

Park Chan Wook ไม่เพียงแค่เป็นไอค่อนคนสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนต์เกาหลี การเป็นผู้กำกับเกาหลีคนแรกที่คว้าถ้วย Grand Prix จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ของเขา ยังช่วยให้ภาพยนตร์เกาหลีกลายเป็นที่จับตาของผู้ชมทั่วโลก

แม้จะไม่ใช่แฟนหนังเกาหลีหรือเป็นคอหนังแอคชั่น แต่เราเชื่อว่าชื่อของ Old Boy น่าจะเคยผ่านหูของหลายๆ คนมาบ้าง เรื่องราวการล้างแค้นสุดโหด การดำดิ่งไปสู่ด้านมืดที่แสนจะอันตราย มุมกล้องที่แปลกประหลาด วิธีการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ Old Boy เป็นภาพยนตร์ที่หยิบยื่นประสบการณ์ใหม่จนผู้ชมต้องประหลาดใจ และความสดใหม่นี้เองที่ทำให้ผลงานเขาคว้ารางวัลมากมายจากเทศกาลภาพยนต์ทั่วโลก

“เกาหลีในช่วงที่ผมเริ่มทำหนัง ยังไม่มีการเรียนภาพยนตร์ที่เป็นระบบ ผมเข้าชมรมภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยเเละเริ่มทำหนังไปตามยถากรรม วิธีการทำหนังของผมก็ดูไม่เป็นระบบ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้สุดท้ายมันจึงออกมาในรูปแบบที่แปลกๆ ไม่เหมือนใคร ให้ความรู้สึกเหมือนมันได้ขยำทุกอย่างมารวมกัน”

ตลกร้ายและความรุนเเรงคือส่วนประกอบสำคัญในภาพยนต์ของเขา ‘ความรุนแรง’ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาในภาพยนต์ของ Park Chan Wook นั้นไม่เหมือนใคร มันไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นเท่ๆ ที่ทำให้เราตื่นตากับความเก่งกาจของตัวเอก แต่มันเต็มไปด้วยมวลของความอึดอัด ความหวาดกลัวอันแปลกประหลาด ปาร์คเคยให้สัมภาษณ์ถึงแอคชั่นของตัวเองไว้ว่า

“บางทีเพราะผมไม่ต้องการให้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการสร้างความระทึกขวัญ ผมพยายามที่จะนำเสนอว่าความรุนแรงคืออะไรบางอย่างที่น่ากลัวและเจ็บปวด มันไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดใจ ดูเท่ หรือทำให้ใครรู้สึกดี”

แน่นอนว่าภาพยนตร์หลายๆ เรื่องของเขาใช้ ‘ความรุนแรง’ เป็นเครื่องมือสำคัญสำคัญ แต่มันไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้สำหรับดึงดูด สร้างความตื่นเต้นหรือความสนุกสนานให้กับผู้ชม  ปาร์กใช้ความรุนแรงที่ดูเหนือจริงเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการเล่าความเป็นจริงของมนุษย์ เช่นเดียวกับ ‘การล้างเเค้น’ ที่เขานำเสนอมาตั้งแต่ภาพยนต์ชุด The Vengeance Trilogy (Sympathy for Mr. Vengeance / Oldboy / Lady Vengeance) จนถึงภาพยนต์เรื่องล่าสุดอย่าง The Handmaiden   

“การล้างแค้นมันเป็นเหมือนเครื่องมือที่ทำให้เราเข้าใจการเป็นมนุษย์ แม้ว่าตั้งแต่เด็กๆ เราต่างรู้ว่าการแก้แค้นมันไม่มีความหมาย เมื่อคุณพยายามจะล้างเเค้น คุณต้องทุ่มเททุกอย่างไปกับการล้างแค้นนั้น แล้วสุดท้ายต่างก็ไม่ได้อะไรกลับมา แต่การแก้เเค้นมันเป็นเหมือนเป็นสันดาน เป็นกับดักที่นำพาเราไปสู่การกระทำที่โง่เขลาของมนุษย์”

“เช่นเดียวกับความรุนแรง ผมไม่ได้ทำหนังเกี่ยวกับความรุนแรงเพราะชอบมัน ผมนำเสนอความรุนแรงเพราะผมมันยังมีผู้คนจำนวนมากที่แสดงออกความรุนแรงเหล่านั้นบนโลกใบนี้ น้ำเสียงที่ผู้คนแสดงออกผ่านความรุนแรงมันเป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนในชีวิตผม ผมไม่ได้สนใจการกระทำรุนแรงที่แสดงออกมา แต่ผมสนใจอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ภายในการแสดงออกเหล่านั้น มันเป็นเหมือนการแสดงอารมณ์ที่สมจริงที่สุด เมื่อผมอยากนำเสนอความจริงของมนุษย์ บางครั้งมันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำเสนอความรุนแรง”

 

ไม่ว่าจะในภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นทริลเลอร์แบบ The Vengeance Trilogy (2002, 2003 & 2005) โรแมนติกดราม่าอย่าง The Handmaiden (2016) หรือกระทั่งแนวสยองขวัญ แฟนตาซีแบบเรื่อง Thirst (2009) Park ก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราว แรงผลักดันสู่การกระทำมนุษย์ได้อย่างสุดโต่งและไม่เหมือนใคร

งานกำกับของเขาที่ผสมผสานระหว่างเรื่องราวตลกร้าย ฉากแอคชั่นสุดโหดที่เล่นกับจิตใจคนดูแบบไม่ประนีประนอมเหล่านั้นทำให้หลายคนบอกว่า บางฉากภาพยนต์เขาเกินจริงเกินไป แต่ดูเหมือนว่านั้นจะเป็นความตั้งใจ เป็นภาษาสไตล์เพื่อถ่ายทอดความไม่สมเหตุสมผลของโลกความจริงในจักรวาลภาพยนต์ของเขา 

ภายใต้ความรุนเเรงที่เหนือจริงเหล่านั้น Park กลับนำเสนอความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง หลายครั้งมันไม่ใช่การหาความหมายหรือพยายามทำความเข้าใจ

แต่ภาพยนตร์ของเขามันคือการยอมรับว่า บางทีการใช้ชีวิตของมนุษย์นั้นที่เเท้จริงแล้วช่างโง่เขลา เหลวไหล โหดร้าย และไร้เหตุผลสิ้นดี

 

ผลงานที่ผ่านมาของ Park Chan-wook : The Moon Is… the Sun’s Dream (1992), Joint Security Area (2000), Sympathy for Mr. Vengeance (2002), Oldboy (2003), Lady Vengeance (2005), I’m a Cyborg, But That’s OK (2006) , Thirst (2009), Stoker (2013), The Handmaiden (2016)

RECOMMENDED CONTENT

21.ตุลาคม.2022

เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย